ประโยชน์ที่ได้จาก "นมแพะ"เหมาะสำหรับคนทุกวัย และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

อาจจะยาวไปสักนิดนะค่ะ แต่ก็เป็นประโยชน์และความรู้อย่างมากมาย
ทุกวันนี้ พยายามคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุด เป็นประโยชน์สุดสำหรับลูกรัก
ที่สำคัญลูกๆ ก็ชอบและให้ความร่วมมือด้วยดี

วันนี้ขออนุญาตนำข้อมูล ข่าวสารดีๆ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
มาแบ่งปันเพื่อนๆ นะค่ะ

เหตุที่นำมาแนะนำเพราะ จากประสบการณ์ตนเองที่บริโภคแล้ว
ได้ผลดีเยี่ยม เห็นได้ชัดจากลูกตัวเอง ชูการ์ "ข้าวปั้น หรือลูกหมี"
ที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ คือเค้าจะหายใจฟี๊ดๆๆๆๆ
ตลอดเวลาทั้งเวลานอน และเวลาตื่น
(ขออ้างถึงพี่ข้าวฟ่าง และข้าวสวยที่มีปัญหาด้วยโรคเดียวกัน
แม่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาโดยให้ยา
ทาน แต่ก็ต้องเสียชีวิตเพราะผลข้างเคียงของยา ไม่ได้กล่าวโทษ
แพทย์ที่รักษาแต่อย่างใดนะค่ะ เพราะท่านก็เป็นคุณหมอที่เก่ง
ท่านหนึ่งทีเดียว เราไม่สามารถรู้ได้ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นใด )

แต่พอให้กิน "นมแพะผง" ผสมในซีรีแลค โดยใช้อัตราส่วน
1:1 คือผสมกันอย่างละเท่าๆ กัน ผลที่ได้คืออาการที่มีอยู่นั้น
ได้หายเป็นปลิดทิ้ง ไม่ต้องใช้ยา ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องสูญเสีย
ลูกๆ กระชับกระเฉงแข็งแรง แม้จะอวบอ้วนนะ

แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นนมแพะยี่ห้อใดก็ตาม ควรดูสัดส่วนของนมแพะ
ประกอบด้วยเป็นหลัก มีหลากหลายยี่ห้อที่วางขายตามท้องตลาด
ซึ่งใช้สัดส่วนนมแพะแตกต่างกันไป

คราวนี้เรามาดูประโยชน์ของ "นมแพะ" กัน แต่ขอเตือนสักนิดว่า
คนหรือสัตว์เลี้ยงที่จะดื่มนมแพะก็ ต้องเลือกดูดีๆ ด้วย เพราะหากนมแพะนั้นไม่ได้ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐานก็จะทำให้มีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นพิษเข้าสู่ร่างกายได้ ซึ่งเชื้อโรคนั้นก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องเสียแล้ว หากอาการรุนแรงก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิตอีกด้วยนะค่ะ
BB pin : 27DDF727
LINE : maityluv
Facebook : May Phantira

นมแพะ

ในอดีตที่ผ่านมาเชื่อกันว่า นมแพะ นอกจากจะมีประโยชน์ในแง่ของโภชนาการแล้วยังมีสรรพคุณคล้ายยาช่วยรักษาโรค ผู้ที่ดื่มนมแพะเป็นประจำจะช่วยส่งเสริมให้มีสุขภาพดีขึ้น กรดไขมันในนมแพะที่เป็นลักษณะเฉพาะมีอยู่ 3 ตัวมีความสามารถทั้งในการให้พลังงานและช่วยลดหรือยับยั้งและสลายการสะสมของคอเลสเตอรอลด้วย
อย่างเช่น...โรคภูมิแพ้ ที่มักจะติดตามมาด้วย โรคหอบหืด ที่เชื่อกันว่านมแพะมีส่วนในการช่วยบรรเทาได้นั้นก็เนื่องด้วยโปรตีนในน้ำนมแพะช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลั่งแอนตี้ฮีสตามีนออกมาส่งผลเสริมสร้างภูมิต้านทานต่อการเกิดภูมิแพ้ในร่างกาย นอกจากนี้ยังพบว่าเกลือแร่ในนมแพะได้แก่แคลเซียมมีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกด้วย โดยพบว่าแคลเซียมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซด์ ในการจับเกาะสิ่งแปลกปลอมเพิ่มการหลั่งสารตัวกลางปฏิกิริยาการสร้างภูมิคุ้มกัน
มีรายงานพบว่า วิตามินดีช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมจากลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด ดังนั้นการได้รับโภชนะแบบสมดุลจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสารในโภชนะ นมแพะมีวิตามินดีสูงกว่านมโคจึงมีส่วนช่วยให้แคลเซียมในนมแพะถูกดูดซึมได้ดีกว่า ทำให้กระดูกแข็งแรงกว่าและมีส่วนกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่านมโคและเมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกัน โรคภูมิแพ้ก็บรรเทาลงและโรคหืดหอบที่ตามมาก็จะบรรเทาและหายได้ในที่สุด
นอกจากนี้น้ำนมแพะยังมีค่า pH ที่เหมาะสมช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในกระเพาะอาหารให้เกิดความสมดุลได้ นมแพะยังมีกรดไขมันชนิดพิเศษที่ในวงการแพทย์กำลังสนใจว่ามีส่วนช่วยย่อยสลายนิ่วในถุงน้ำดีด้วย
นมแพะมีโปรตีนใกล้เคียงกับนมมารดาจึงเหมาะกับเด็กเล็กภายหลังการหย่านมและที่สำคัญไม่ทำให้เกิดการแพ้นมเหมือนนมโค กอปรกับกระบวนการแปรรูปนมแพะไม่ต้องผ่านขั้นตอนทำน้ำนมให้เป็นเนื้อเดียวกันจึงไม่มีส่วนกระตุ้นร่างกายให้สร้างแอนตี้บอดี้เพื่อต่อต้านอาการแพ้นมจึงไม่เกิดขึ้น
การที่นมแพะมีปริมาณแคลเซียมอยู่ในเกณฑ์สูง หากดื่มนมแพะวันละแก้ว (200 มล.) เป็นประจำแล้วจะได้แคลเซียมไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของความต้องการในชีวิตประจำวันเลยทีเดียว ซึ่งแคลเซียมช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรงและปัญหาโรคกระดูกพรุนจะไม่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม น้ำนมจากสัตว์ให้นมที่นำมาบริโภคที่ดีต้องเหมาะแก่การบริโภคของคนทุกเพศทุกวัยตั้งแต่วัยทารกจนถึงวัยชรา น้ำนมแพะเป็นหนึ่งในน้ำนมจากสัตว์ที่มนุษย์นำมาบริโภค นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีคุณสมบัติครบถ้วน และหากจะกล่าวว่า “รองจากนมแม่แน่แท้นมแพะ” คงจะไม่ผิดกระมัง.
ประโยชน์ของนมแพะที่โดดเด่นก็คือ นมแพะมีขนาดโครงสร้างของกรดไขมันที่มีขนาดเล็ก จึงถูกย่อยด้วยน้ำย่อยได้ง่ายกว่านมวัวถึง 6 เท่า ร่างกายจึงนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็วและเต็มที่ อีกทั้งในนมแพะยังมีคุณค่าทางอาหารยังเทียบเท่ากับนมแม่มากที่สุด มีแร่ธาตุแคลเซียม วิตามินเอ โปตัสเซียม ทองแดง เซเลเนียม มากกว่าในนมวัวอีกด้วย
BB pin : 27DDF727
LINE : maityluv
Facebook : May Phantira

TOP

นมแพะยังเหมาะกับผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร เพราะจะช่วยลดอาการอักเสบอันเกิดจากแผลในกระเพาะอาหารได้ เนื่องมาจากนมแพะมีค่า pH อยู่ในระดับ 6.4-6.7 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมในการปรับสภาพกระเพาะอาหารให้มีความเป็นกลาง แถมยังมีแร่ธาตุแคลเซียมและโพแทสเซียมมาก จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกผุกระดูกเปราะ ช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหารในร่างกายของเด็กเล็กและเด็กกำลังโตเป็นไปอย่างสมดุล อีกทั้งช่วยชดเชยการสูญเสียธาตุเหล็กจากการมีประจำเดือน รักษาโรคโลหิตจางและบำรุงสตรีมีครรภ์ด้วย รักษาภูมิแพ้ หืดหอบ และโรคปอด

เชื้อที่ได้มาตรฐานก็จะทำให้มีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นพิษเข้าสู่ร่างกายได้ ซึ่งเชื้อโรคนั้นก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องเสียแล้ว หากอาการรุนแรงก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิตอีกด้วย
“คุณประโยชน์ทั้ง 6 ประการ จากนมแพะ”

นมแพะทุกหยด ลดภูมิแพ้
เรื่องของนมแพะกับโรคภูมิแพ้มักจะเป็นเรื่องที่พูดถึงกันอยู่เสมอ การดื่มนมแพะเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรคภูมิแพ้บรรเทาลงและหายในที่สุด เป็นคำยืนยันของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่หันมาบริโภคนมแพะเป็นประจำแทนการกินยา
กลไกการบำบัดโรคของนมแพะ
ไขมันในนมแพะที่มีบทบาทต่อระบบภูมิต้านทาน คือ กรดไขมันจำเป็นซึ่งได้แก่กรดไขมันลิโนเลอิค ซึ่งในน้ำนมแพะมีสูงถึง 0.95 กรัม/100 กรัม และกรดไขมันจำเป็น แอลฟาลิโนเลอิค (กลุ่มโอเมก้า 3 ซึ่งในนมแพะมี อยู่ประมาณ 0.03 กรัม/ 100 กรัม) ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นตัวเพิ่มภูมิต้นทานให้แก่ร่างกาย
นอกจากนี้ยังมี กรดไขมันไม่อิ่มตัวสายโซ่สั้นและกลาง ซึ่งถือว่าเป็นกรดไขมันหลักที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค ได้แก่ คาโพรอิค, คาพรีลิก และคาพริก ซึ่งมีอยู่ในน้ำนมแพะรวมถึง 0.46 กรัม/ 100 กรัม
อย่างไรก็ตาม ไขมันในน้ำนมแพะยังเป็นตัวลำเลียงวิตามินที่มีส่วนเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายอีกด้วย เช่น วิตามินเอ และอี เป็นต้น
โปรตีนในน้ำนมแพะโดยรวมช่วยในการผลิตและรักษาปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาวให้คงที่และช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย จะมีการหลั่งสารแอนตีฮิสตามินออกมา ส่งผลเสริมสร้างภูมิต้านทานต่อการเกิดภูมิแพ้ในร่างกาย โปรตีนนมโดยเฉพาะซัลเตอีน เป็นองค์ประกอบสำคัญของกลูตาไทโอน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน มีรายงานพบว่า การแบ่งเซลล์และประสิทธิภาพในการดักจับสิ่งแปลกปลอมของเม็ดเลือดขาวลิมไพไซด์ จะมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อเซลล์ขาดสารกลูตาไทโอน
วิตามินในนมแพะมีส่วนช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เช่น
วิตามินเอ ในนมแพะต่างจากนมโค ซึ่งอยู่ในรูปของเบต้าแคโรทีน แต่ในนมแพะจะอยู่ในรูปของวิตามิน เอ โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ที่ดักจับเชื้อโรค ที่เข้าสู่ร่างกายและยังทำหน้าที่เป็นด่านป้องกันเชื้อโรคในส่วนเยื่อบุผนังปาก ปอด และ ลำไส้ ฯลฯ
วิตามิน บี6 ช่วยเซลล์เม็ดเลือดขาวสร้างแอนติบอดี้
วิตามิน ซี ป้องกันเซลล์เม็ดเลือดนิวโทรฟิล ซึ่งทำหน้าที่ดักจับเชื้อแบคทีเรียและช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกาย หรือสิ่งสกปรกที่เกิดจากสภาพแวดล้อม สารเคมี และควันบุหรี่
วิตามิน ดี ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม จากลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด ทำให้กระดูกแข็งแรง และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้
วิตามิน อี ช่วยเพิ่มการสร้างแอนติบอดี้ ช่วยสร้างเสริมการทำงานของ ทีเซลล์ ซึ่งทำหน้าที่หลักในการป้องกันการติดเชื้อร่วมกับ บีเซลล์
นอกจากนี้ วิตามิน อี ยังเป็นวิตามินที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและยังช่วยปรับสมดุลของน้ำและไขมันในชั้นผิวหนังและรักษาความชุ่มชื่นของผิวพรรณให้สดใส เรียบเนียนอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายสามารถทนต่อรังสี UV ในแสงแดดได้ดีขึ้น
BB pin : 27DDF727
LINE : maityluv
Facebook : May Phantira

TOP

พบว่าในเกลือแร่ในนมแพะ ได้แก่ แคลเซียมมีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ด้วย โดย
แคลเซียม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวกับลิมโพไซด์ในการจับเกาะสิ่งแปลกปลอม เพิ่มการหลั่งสารในตัวกลาง ปฏิกิริยาการสร้างภูมิคุ้มกัน
ซิลีเนียม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์ที่ทำหน้าที่ภูมิคุ้มกัน สังกะสี ช่วยสร้างและเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว นิวโทรฟิล และเซลล์ดักจับ รวมทั้งป้องกันเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายโดยการลดไซโตไคท์ ซึ่งควบคุมการบวมอักเสบและสร้างบีและที เซลล์ให้แก่ร่างกาย
ลดปัญหาเรื่องไขมัน ป้องกันได้ด้วยนมแพะ
อันตรายของการมีระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดสูง
เมื่อร่างกายมีระดับคลอเลสเตอรอลสูงเกินความต้องการ ไม่ว่าจะเกิดจากการที่ร่างกายสร้างขึ้นจากตับหรือได้รับอาหาร ปริมาณคลอเลสเตอรอลส่วนเกินจะไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดและมีแนวโน้มที่จะเกาะกับผนังเส้นเลือด เมื่อมากขึ้นจะทำให้เส้นเลือดมีขนาดเล็กลง ความยืดหยุ่นของเส้นเลือดน้อยลงโดยเฉพาะเส้นเลือดหัวใจ ซึ่งเรียกว่า Atherosclerosis มีผลทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลง ส่งผมให้เกิดโรคหัวใจหรือเส้นเลือดในสมองแตกได้ หรืออาจเกิดจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ หรือเป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคไต โรคตับ โรคเบาหวานที่ไม่ได้รับการรักษา โรคต่อมไทรอยด์ทำงานได้น้อย เป็นต้น และไม่ว่าคลอเลสเตอรอลในเลือดจะสูงจากสาเหตุใดก็ตาม ก็สามารถคุกคามให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้เหมือนกัน โอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือดสูง ร่างกายปกติระดับคลอเลสเตอรอลอยู่ในช่วง 150-250 mg/dl ส่วนระดับของไตรกลีเซอไรด์จะอยู่ระหว่าง 35-160 mg/dl ซึ่งหากผลการตรวจสอบระดับคลอเลศเตอรอลสูง มักจะพบระดับของไตรกลีเซอไรด์สูงตามด้วยปัจจัยเสี่ยงต่อผู้มีระดับคลอเลสเตอรอลสูง ได้แก่ ผู้ที่สูบบุหรี่และผู้ที่มีความดันโลหิตสูงจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจสูง
กลไกการบำบัดโรคของนมแพะ
คุณสมบัติพิเศษของนมแพะในเรื่องดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับกรดไขมันที่มีอยู่ในนมแพะ ได้แก่ คาโพรอิก คาพรีลิก และคาพริก กรดไขมันเหล่านี้ จะช่วยสลายการสะสมคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด และยังช่วยปรับระดับไขมันในเลือดให้เลือดหมุนเวียนได้สะดวก จึงช่วยลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและโรคหัวใจขาดเลือดได้
ดังนั้น เพื่อเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย โดยเฉพะคนที่เป็นภูมิแพ้ควรดื่มนมแพะประจำ ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิต้านทานมากขึ้น
นอกจากนี้ นมแพะยังมีกรดไขมันชนิดพิเศษที่วงการแพทย์ให้ความสนใจวามีส่วนช่วยยับยั้งการสร้างคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด และยังช่วยสลายนิ่วในถุงน้ำดีได้อีกด้วย
วิธีเลือกซื้อนมแพะที่มีมาตรฐาน ควรพิจารณาจาก
- นมแพะที่ได้ อย. จากกระทรวงสาธารณสุข
- นมแพะที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์ เพื่อความสะอาด และคงความสดของน้ำนมได้ดีกว่าวิธีอื่น
- นมแพะที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งมีการควบคุมคุณภาพ และมีประสิทธิภาพในการผลิต โดยปศุสัตว์และผ่านมาตรฐานสินค้าคุณภาพ
BB pin : 27DDF727
LINE : maityluv
Facebook : May Phantira

TOP

กลุ่มวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นมเชียงใหม่ กรมปศุสัตว์ เปิดเผยเรื่องนี้ว่าจากคุณสมบัติพิเศษของนมแพะที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก เมื่อเข้าสู่ร่างกายสามารถย่อยได้ง่ายและร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็ว จึงมีข้อแนะนำให้ผู้บริโภคที่ต้องการได้ประโยชน์จากนมแพะสูงสุด ควรเลือกเวลาดื่มนมแพะอย่างเหมาะสม เวลาที่ดีที่สุดของการดื่มนมแพะคือดื่มในขณะท้องว่าง และก่อนนอนไม่ควรดื่มนมแพะหลังอาหารในแต่ละมื้อ เพราะเมื่ออาหารตกถึงกระเพาะอาหารจะใช้เวลาย่อยประมาณ 4 ชั่วโมง หากดื่มนมแพะตามเข้าไปแทนที่สารอาหารจากนมแพะจะผ่านไปยังลำไส้เล็กได้เลย ก็จะต้องถูกขัดขวางจากอาหารที่รอการย่อยเหล่านั้น ซึ่งระหว่างนี้ ทั้งอาหารและนมแพะที่ผสมกันอยู่ในกระเพาะอาหารอาจทำให้เกิดการหมักบูดเกิดแก๊ส ซึ่งผลตามมาทำให้เกิดอาการแน่น จุก หรือไม่สบายท้องได้ ดังนั้นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่ควรจะดื่มนมแพะ คือช่วงเช้าของทุกวัน เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายสะสมพลังงานไว้เต็มเปี่ยม ตลอดคืน จึงไม่ควรจะสูญเสียพลังงานที่มีค่าไปกับการย่อยอาหารนานๆ แต่ถ้าดื่มนมแพะ ร่างกายจะใช้พลังงานในการย่อยต่ำ และร่างกายจะดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ได้เต็มที่ อีกช่วงเวลาหนึ่งคือก่อนนอน หากดื่มนมแพะอุ่นๆ สักแก้วจะช่วยให้การหลับเป็นสุขยิ่งขึ้น เนื่องจากในนมแพะมีสาร Trytophanเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นSerotonins ซึ่งเป็นสารสร้างความสุขให้แก่คนเรา

หลายท่านคงปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า นมแพะ เมื่อผู้บริโภคดื่มแล้วรู้สึกดี โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นภูมิแพ้แล้วบอกต่อ ซึ่งเป็นเจตนาที่ดีและต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาบ้านเราไม่มีงานวิจัย ในเชิงลึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้เขียนเองพยายามศึกษาค้นคว้า ทั้งจากเอกสารวิชาการจากต่างประเทศ งานวิจัย ต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างต่อเนื่องและจากผู้ดื่มนมแพะเป็นประจำกลุ่มหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งได้รับจากผู้ประกอบการผลิตนมแพะที่ส่งตัวอย่างนมไปวิเคราะห์หาสารอาหารของนมแพะในเชิงลึก เช่น ชนิดและปริมาณของ กรดไขมัน กรดอะมิโนจำเป็น และวิตามินต่าง ๆที่สำคัญ เป็นข้อมูลให้ผู้ที่สนใจและเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคได้ศึกษาก่อนตัดสินใจ อย่างไรก็ตามควรเลือกซื้อนมแพะที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อย.เท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้สิ่งที่มีคุณค่าและคุณประโยชน์ เข้าสู่ร่างกายอย่างปลอดภัย

มาดูตารางแสดงข้อมูลเปรียบเทียบเชิง โภชนาการของน้ำนมชนิดต่างๆ กันสักหน่อยดีกว่า
นมแพะ นมแกะ นมโค นมกระบือ น้ำนมคน
วิตามินเอ 2 ,074 313.3 1,560 1,669 1,898

วิตามินบี 6
(มล./ลิตร) 0.07 0.07 0.64 0.25 0.10

วิตามินบี 12
(มล./กรัม) 0.0006 0.0006 0.0042 0.0004 0.003

วิตามินดี (ช่วยเสริมสร้างแคลเซียม)
(มล./ลิตร) 23.7 - - - -

โปรตีน
(ร้อยละ) 3.7 5.1 2.8 3.7 1.5

ขนาดของเม็ดไขมัน
(ไมโครมิลลิกรัม) 3.49 3.30 4.55 5.92 -

น้ำตาลแล็กโทส
(ร้อยละ) 5.0 4.8 4.6 4.8 6.5
ไขมัน
(ร้อยละ) 4.8 12.6 4.8 6.5 3.6

ไบโอดีน
(มิลลิกรัม/ลิตร)0.036 0.004 0.031 0.13 0.002

กรดโฟลิก
(มล./ลิตร) 0.0024 - 0.0028 0.15 0.002

กรดแอสคอร์บิก
(มล./ลิตร) 15.0 1.97 21.1 25.4 43.0

กรดนิโคทินิก
(มล./กรัม) 1.87 0.51 0.94 1.71 1.47

ไทอามีน
(มล./ลิตร) 0.40 - 0.44 0.50 0.16

ไรโบฟลาวิน
(มล./ลิตร) 1.84 0.40 1.75 1.07 0.36

โคลีน
(มล./ลิตร) 150 - 121 - 90

ขอขอบคุณแหล่งที่มา นสพ.เดลินิวส์ และ Royal Siam
(หรือบริษัท สยามโกล์ทกรุ๊ป)

http://www.royalsiamgoat.com/aticle3Blank.html

หากข้อมูลขาดตกบกพร่องประการใด กราบขออภัยมา ณ.ที่นี้ค่ะ
BB pin : 27DDF727
LINE : maityluv
Facebook : May Phantira

TOP

ตารางเปรียบเทียบสารอาหารในน้ำน้ำแพะ และน้ำนมชนิดอื่นๆ

http://www.foodsciencetoday.com/Goatmilktable01.htm

เครดิต โดย: แม่ปีเตอร์ http://www.pantown.com/board.php ... =82&action=view
BB pin : 27DDF727
LINE : maityluv
Facebook : May Phantira

TOP

สำหรับชูการ์ที่ยังไม่เคยกิน แนะนำให้ผสมนมแพะแค่นิดเดียว
ก่อนนะค่ะ แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณนมแพะค่ะ
BB pin : 27DDF727
LINE : maityluv
Facebook : May Phantira

TOP

ตัวอย่างนมแพะ ค่ะ

3.jpg
2010-12-8 02:42

1.jpg
2010-12-8 02:42

2.jpg
2010-12-8 02:42

4.jpg
2010-12-8 02:42
BB pin : 27DDF727
LINE : maityluv
Facebook : May Phantira

TOP

ความรู้อีกแย้ว

ขอบคุงครับ

TOP

เยอะเเละยาว อีกเเล้ว ครับท่าน
ลูกๆที่น่ารัก ตุ้ยนุ้ย  ปุ๊กโก๊ะ  บ๊ะจ่าง ถั่วต้ม ซูกัส สิงหา นามิ โดจิน ไม้โท ครีมมี่ จองกุก ชานม หมูสับ    

TOP

ได้ความรู้เรื่องนมแพะเยอะเลยจ้าา ดีเลยคนที่ไม่เข้าใจจะได้เข้าใจสักที ว่ามันก็ดีเหมือนกัน

TOP

พอดีให้นมแมว (KMR) อยู่แต่ป้าติ๋มที่ JJ เค้าแนะนำมาว่านมแพะภูมิต้านทานดีแต่นมแมวมัทำให้อ้วนเราก็เลยลองศึกษานมแพะดูก็เลยนำเนื้อหามาแบ่งปันกันค่ะ
BB pin : 27DDF727
LINE : maityluv
Facebook : May Phantira

TOP

โอ้ เยอะแยะมากมายเกินคณานับความรู้ทั้งนั้น เก็บข้อมูลเยอะๆนะครับ
ขอบคุณเจ้าของโพสต์นะจ๊ะที่เอาข้อมูลดีดีมาบอกกัน
ฮาจิ,ถุงพลอย,ถุงใจ

TOP

เยอะมากมาย

จะอ่านไหวม่ะเนี่ย

TOP

นมมีปาโยชน์
BB pin : 27DDF727
LINE : maityluv
Facebook : May Phantira

TOP

นมแพะผงซื้อได้ง่ายที่สุดที่ไหนอะคับ แล้วใช้ของยี่ห้ออะไรดี ช่วยแนะนำด้วยคร้าบ

TOP

ตอบกลับ 16# TomhO


    ก็ที่เหนใช้กันก็ sliky กะ DG-1 หาซื้อตามร้านเพทชอปทั่วไปน่าจะมีนะค่ะ
BB pin : 27DDF727
LINE : maityluv
Facebook : May Phantira

TOP

มากมายด้วยความรู้
Sugar Love Love

TOP

หานมแพะผงเหมือนกัน

นมเเพะเเบบสำเร็จรูป ถ้ามันเหลือจะเก็บยังไงไม่ให้เสียหรอค่ะ หรือแช่ตู้เย็น
แม่ยาหยี & มาร์กี้ & รีบอร์น & ปังปอนด์ & ข้าวตัง & สังขยา & คาราเมล & เยลลี่ & ปีโป้ & มะตูม

TOP

ตอบกลับ 19# yingminijr


    ใช้แบบผงสะดวกสุดละค่ะ
BB pin : 27DDF727
LINE : maityluv
Facebook : May Phantira

TOP